[Ex-SHIELD] Mission-1 : 0-8-4

posted on 28 Sep 2014 15:28 by moonfoxsm
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
Mission - 1 : 0-8-4
 
Mission Impossible
 
 
 

Team H

บริเวณท่าเรือในแมนฮัตตัน มีรายงานว่ามีวัตถุซึ่งน่าจะเป็น 0-8-4 ถูกซุกซ่อนไว้ภายใน โกดังมีลักษณะเป็นโกดังเก็บของร้างซึ่งมีขนาดเป็นสองเท่าครึ่งของขนาดปกติ ภายในโกดังมีเครื่องจักรในการขนย้ายสินค้าและชั้นเก็บสินค้าอยู่จำนวนมากซึ่งทั้งหมดไม่ได้รับการบำรุงรักษามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ด้านในสุดของโกดังเป็นส่วนของสำนักงานซึ่งถูกปิดตายประตูไว้ อนุญาตให้เข้าค้นภายในได้

0-8-4 มีความสามารถในการปล่อยคลื่นความถี่ต่ำ ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต

คำแนะนำ : แบ่งทีมค้นหาภายในตัวโกดังและส่วนสำนักงาน จะสามารถค้นหาได้รวดเร็วกว่าไปค้นหาพร้อมกัน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหัวหน้าทีมและสมาชิก


 
 
 
BXN0259X_02.tif
 
 
อุปกรณ์สำหรับการเข้าค้นหาวัตถุหมายเลข 0 – 8 – 4 จากการวิเคราะห์ของแผนกไบโอ
  • เครื่องตรวจสอบแหล่งกำเนิดคลื่น 2 เครื่อง โดยที่ตัวเครื่องจะประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เก็บรวบรวมได้ส่งให้กับไบโอเคมิสต์ (คอนเนอร์) ที่ประจำการในแลปวิจัยเคลื่อนที่เพื่อสรุปผลส่งต่อมายังแต่ละ่หน่วยทีมที่ลงไปค้นหาวัตถุ
  • โดยทุกทีมจะได้รับจอโฮโลแกรมแบบพกพาเพื่อรับข้อมูลในระหว่างการค้นหา ( ทั้งหมด 3 เครื่อง )
  • เครื่องวิเคราะห์และระดับความถี่คลื่น สำหรับแยกประเภทคลื่นที่บันทึกได้ในเวลานั้น และวัดระดับความถี่คลื่นเพื่อระบุเป้าหมายที่กำลังสืบค้น ( ทั้งหมด 3 เครื่อง )
  • โดรนสำรวจ 6 ตัว เพื่อค้นหา และเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างของวัตถุดังกล่าวเพื่อนำมาทดลองทางวิทยาศาสตร์ก่อนหาวิธีที่เหมาะที่สุดในการเคลื่อนย้ายออกจากสถานที่ดังกล่าว 

*(ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บตัวอย่างออกมาตรวจสอบได้ ฝ่ายไบโอเคมิสต์จำป็นต้องลงไปตรวจสอบวัตถุดังกล่าวด้วยตัวเอง)

  • เครื่องมืออุปกรณ์สำหรับเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัย  แต่เนื่องจากยังไม่สามารถระบุขนาด และรูปร่างของวัตถุได้ อาจจำเป็นต้องติดต่อขออุปกรณ์ดังกล่าวภายหลัง
 
 
 
 

แผนการหลบหนี จากแผนก Tech Expert

  • สถานการณ์ปกติ : ใช้รถตู้ไป-กลับ ระหว่างท่าเทียบเรือ 54 และโกดังร้าง
  • สถานการณ์ฉุกเฉิน : มีรถเก๋งสองคันและมอเตอร์ไซค์หนึ่งคันจอดอยู่ไม่ห่างจากโกดังร้าง มีกุญแจรีโมทให้ไว้กับแต่ละทีม
  • ใช้เส้นทางตามที่ใส่ข้อมูลไว้ให้ในสมาร์ทโฟน เป็นเส้นทางที่แยกย้ายกันไป และไปรวมตัวกันที่สถานที่ลับ ที่นัดหมายกันไว้ เพื่อบินเฮลิคอปเตอร์กลับทริสเกเลี่ยนพร้อมกัน
  • สถานที่นัดหมายกรณีฉุกเฉิน : ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั้นที่ 42 ของอาคาร Goldman Sachs Tower อยู่ฝั่งนิวเจอร์ซีย์ อีกฟากของแม่น้ำฮัดสัน จะมีเจ้าหน้าที่ของชีลด์รออยู่ที่นั่น ที่ลิฟต์ตัวที่ 36 ให้ไปถึงที่หมายตามเวลาที่หัวหน้าจะนัดหมายไว้ล่วงหน้า

         หมายเหตุ : ถ้าจำเป็น เจ้าหน้าที่แมทเธโอสามารถเข้าไปแฮ็คระบบสัญญาณไฟจราจรได้ เตรียมการไว้พร้อม

 
 
 
 
 
 

photo ww1

 

 

แผนตรวจสอบ 0-8-4 แผนกภาคสนาม 

Alpha team         : M. Harper + E. Zack       รับผิดชอบ พื้นที่โซน 1

                          Beta team           : E. Law + M. Murakami   รับผิดชอบ พื้นที่โซน 2

                         Delta team           : A. Lewick + Q. Sullivan  รับผิดชอบ พื้นที่โซน 3

                             HQ                  : N. Corner สำรวจเส้นทางอยู่ข้างนอกเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน

*****************************************************

อากาศในตอนเช้ามืดนั้นค่อนข้างที่จะเย็นไปจนถึงขั้นหนาวก็ว่าได้

จริงๆผมก็ไม่ใช่คนที่นอนตื่นสายหรืออย่างไร

เเต่ผลจากการอยู่ทำงานดึกหลายวันติดต่อกันทำให้ผมรู้สึกเพลียเล็กน้อย

เมื่อต้องตื่นมาในเวลาเเบบนี้(หรืออาจจะพูดได้ว่าผมนอนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง)

สวมใส่เสื้อโค้ทสีดำคลุมตัวออกจากที่พักเนื่องจากอากาศที่เย็น พร้อมทั้งกระเป๋าเป้อีกหนึ่งใบ

เมื่อผมไปถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ก็เห็นลูกทีมส่วนหนึ่งได้มาถึงเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

ผมทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มที่ดูเเล้วออกจะมึนๆเล็กน้อยบวกกับสภาพผมที่ไม่ได้หวีหรือเซ็ทมา

เมื่อขึ้นเครื่องไปแล้ว คุณมิคาเอลซึ่งเป็นหัวหน้าทีม ก็ได้เเจกจ่ายอุปกรณ์ อาวุธซึ่งก็คือ

ปืนสองกระบอก กระบอกแรกเป็นเพียงปืนไฟฟ้าเนื่องจากในคำสั่งปฏิบัติภาระกิจนี้ไม่ประสงค์ให้มีผู้เสียชีวิต กระบอกที่สองคือปืนพกเก็บเสียงเผื่อกรณีฉุกเฉินและอาจจะต้องฝ่าฝืนคำสั่ง ชุดออกภาคสนามสีดำสำหรับสวมใส่ในเวลากลางคืน พร้อมชุดกันกระสุน ระเบิดควันคนล่ะ 2 ลูก อุปกรณ์ติดตามคนล่ะตัวซึ่งเป็นกระดุมเม็ดเล็ก

รวมทั้งเอกสารให้เเก่ลูกทีม รวมถึงตัวผมด้วย

จากข้อมูลแผนเข้าสำรวจบริเวณอ่าวแมนฮัตตัน ณ โกดังร้างที่มีรายงานว่าพบวัตถุต้องสงสัย อยู่บริเวณท่าเทียบเรือหมายเลข 54 ที่ตั้ง 11th Ave. (at 13th St.)
            : ท่าเทียบเรือหมายเลข 54 หรือที่เรียกอีกชื่อว่า ท่าเทียบเรือเชลซี เป็นท่าเทียบเรือที่ไม่ใช้งานแล้ว 
ปัจจุบันเหลือแค่ส่วนโค้งตรงทางเข้าท่าเรือเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่านี่คือท่าเรือสำคัญในอดีต แต่ยังสามารถนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้ โดยเฉพาะตอนกลางคืนจะไม่เป็นที่สังเกตุมากนัก หรือจะทำเป็นถ่ายทำภาพยนตร์บังหน้าก็ได้ มีกองถ่ายภาพยนตร์มาใช้งานบ่อย และมีถนนที่เชื่อมต่อกับท่าเรือที่สามารถให้นำยานพาหนะอื่นไปจอดเตรียมไว้ได้อีกด้วย
           : ตัวท่าเทียบเรือ 54 เอง ก็มีรายงานว่ามีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ในอดีตเป็นท่าเทียบเรือของสายการเดินเรือคูนาร์ด ที่เรือคาร์พาเทียนำผู้โดยสารจากเรือไททานิคที่จมมาส่งขึ้นฝั่ง และเป็นท่าเทียบเรือที่ปล่อยการเดินทางคร้ังสุดท้ายของเรือลูซิทาเนีย ก่อนจะอัปปางลงเนื่องจากถูกยิงในระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
           : ท่าเทียบเรือ 54 ถูกไฟไหม้ในปี 1932 จนเลิกใช้งานไปพักใหญ่ และถูกทุบทิ้งในปี 1991 จนเหลือแต่ส่วนโค้งหน้าทางเข้าตามรูปข้างต้น และเลิกใช้งานเป็นการถาวร
           : โกดังร้างอยู่เลยขึ้นไปทางเหนือประมาณหนึ่งกิโล เดิมเป็นโกดังเก็บของของบริษัทของเล่นแห่งหนึ่ง แต่ถูกทิ้งร้างโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด โดยยังมีเครื่องจักรในการขนย้ายสินค้าและชั้นเก็บสินค้าอยู่จำนวนมากซึ่งทั้งหมดไม่ได้รับการบำรุงรักษามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ด้านในสุดของโกดังเป็นส่วนของสำนักงานซึ่งประตูถูกปิดตายไว้
           : โกดังแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างกว่าโกดังปกติประมาณสามเท่า และมีสามชั้น
               ชั้นล่าง เป็นส่วนของ Pedestal of Mirrors
               ชั้นที่สอง เป็นส่วนของชั้นวางสินค้า Abandoned Merchandise
               ชั้นที่สาม เป็นส่วนของสำนักงานที่มีบันไดเวียนแคบๆสำหรับเดินขึ้นไป

           
ดังนั้นคำสั่งจากเขาจึงให้ลูกทีมแต่ล่ะคนทำตัวให้เหมือนพวกกองถ่ายมาถ่ายทำภาพยนต์เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตมากนัก หากมีบุคคลสงสัยถามให้ตอบไปว่า

              • นักแสดง extra คือตัวฮาร์เปอร์เอง (เอกสารวางปูมหลังกำกับเพื่อช่วยให้เข้าถึงบทบาทในการปลอมตัวและตอบคำถาม : คุณชายหน้าตาดีลูกคนเดียวของบ้านที่เบื่อชีวิตหรูหราจึงออกมาใช้ชีวิตแบบบ้านๆ หาเงินเอง)

              • ผู้กำกับคือมิสเตอร์เอลดริดจ์ (แจก เอกสารวางปูมหลังกำกับเพื่อช่วยให้เข้าถึงบทบาทในการปลอมตัวและตอบคำถาม : ผู้กำกับของกองถ่าย ตอนเด็กเติบโตมาอย่างลำเค็ญ หวังจะถ่ายหนังอินดี้เพื่อส่งเข้าประกวดเมืองคานส์)

              • มิสเตอร์เลอร์วิค คนขับรถของกองถ่าย ทำงานจับฉ่ายบางครั้งควบบทผู้กำกับกับฝ่ายสถานที่ (แจก เอกสารวางปูมหลังกำกับเพื่อช่วยให้เข้าถึงบทบาทในการปลอมตัวและตอบคำถาม : ทหารพรานวัยปลดระวางผันตัวเองมาทำหนังเพื่อชีวิตแต่ไปไม่รอด เปลี่ยนงานหลายครั้งจนกลายมาเป็นคนขับรถ ความฝันสูงสุดคืดพรมแดงของเทศกาลหนังเมืองคานส์)

              • มิสเตอร์มุราคามิและมิสเตอร์ซัลลิเเวน แผนกช่างไฟ และงานกรรมกรจิปาถะ (แจก เอกสารวางปูมหลังกำกับเพื่อช่วยให้เข้าถึงบทบาทในการปลอมตัวและตอบคำถาม : สองคนนี้เป็นเด็กในชนบทที่เป็นเพื่อนสนิทกันและรักหลงไหลในเรื่องเหนือธรรมชาติและวิทยาศาสตร์เคยลงขันกันเพื่อไปศึกษามนต์ดำที่เขมร)

              • คอสตูม มิสเตอร์คอนนอร์ (แจก เอกสารวางปูมหลังกำกับเพื่อช่วยให้เข้าถึงบทบาทในการปลอมตัวและตอบคำถาม : เกย์หนุ่มไฟแรงที่จับพลัดจับพลู่มาตกระกำลำบากกับกองถ่ายนี้ด้วยความจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน ชอบกระดกนิ้วเวลาดื่มน้ำ)

              • ผู้จัดการส่วนตัว มิสเตอร์ลอว์ (แจก เอกสารวางปูมหลังกำกับเพื่อช่วยให้เข้าถึงบทบาทในการปลอมตัวและตอบคำถาม : เด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นเบ้ส่วนตัวมากกว่าผู้จัดการ ประวัติไม่แน่ชัดอาจจะถูกนักแสดงสมทบตกมาจากบาร์โทรมๆสักแห่ง)





ผมไม่ค่อยเเปลกใจกับตำแหน่งหน้าที่เท่ากับปูมหลังที่หัวหน้ามิคาเอลคิดไว้ให้เลย
แต่มันก็ทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมาได้ไม่น้อยเหมือนกัน
 
 
หลังจากที่ได้อ่านเเละทำความเข้าใจเอกสารเรียบร้อยเเล้วหัวหน้ามิคาเอลก็ได้สรุปถึงเเผนการณ์อีกครั้ง
 
เมื่อถึงพื้นจะให้กระจายกันออกตามหาเบาะแสของโกดังดังกล่าวก่อน หากเจอโกดังแล้วจะแบ่งคนออกเป็น สามทีมแรกจับคู่ค้นหาวัตถุ 0-8-4 ในส่วนพื้นที่โกดังที่ได้รับมอบหมาย แต่ละทีมจะได้โดรนคนละสองตัวเพื่อช่วยหา แล้วจะมีเอเจนท์คอนเนอร์ทำหน้าที่เป็นHQ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากโดรน รวมถึงดูต้นทางด้วย
 
 
 
เมื่อถึงจุดหม่าย ผมก็รีบออกค้นหาเบาะแสของโกดังตามที่หัวหน้ามิคาเอลได้สั่งไว้ทันที
 
หลังจากเดินวนไปมาอยู่พักนึง ด้วยความที่ผมเองก็ค่อนข้างจะกลัวที่จะเข้าไปถามหาเบาะแสกับคนแถวนั้นอยู่เล็กๆ แต่ผมก็พยายามที่จะเลือกถามคนที่ดูท่าทางไม่มีพิษมีภัยที่สุดแล้ว(เพราะผมกลัวโดนคนที่หน้าตาท่าทางอันตรายโบกเอา)
 
หลังจากที่ถามไถ่คนแถวนั้นมาบ้างเเล้ว บางคนข้อมูลก็เหมือนกัน บางคนก็ต่างกัน
 
ทำเอาผมรู้สึกมึนงงเล็กน้อยว่าควรจะเชื่อข้อมูลไหนมากที่สุดดี
 
 
แต่ทันใดนั้นผมก็ได้เมสเซจจากหัวหน้า ว่า ให้ไปพบกันที่บาร์แห่งหนึ่ง 
เมื่อไปถึงก็เจอกับคนอื่นๆในทีม หัวหน้าได้อธิบายเเละทำการตกลงอีกครั้ง
 
ก่อนที่จะเเยกย้ายแบ่งกันไปตามทีมที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้
 
 
 
ในการสำรวจภายในโกดังนั้น ผมได้คู่กับเอเจนทร์อลิสเเตร์ หรือคุณอเล็ค
ทำให้ผมรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย เพราะเขาเป็นคนที่ผมเคยคุยด้วยอยู่(ถ้าเป็นคนอื่นผมคงรู้สึกเกร็งที่จะต้องร่วมงานกันเนื่องจากบางคนในทีมผมก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับพวกเขาสักเท่าไร)
 
เมื่อผมเห็นคุณอเล็คเดินนำเข้าไปภายในโกดัง ผมจึงรีบตามเข้าไปติดๆเนื่องจากบรรยากาศภายในโกดังนั้นค่อนข้างที่จะทำให้ผมรู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย
 
เขาคอยดูแลความปลอดภัยเเละอีกหลายๆอย่างให้ ทำเอาผมก็เเอบเกรงใจอยู่เหมือนกัน
เเต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดนู่นนี่ให้มันมากความ ผมจึงกลับไปจดจ่อกับการควบคุมโดรนเเละสังเกตสิ่งต่างๆรอบข้างแทน
 
บรรยากาศยิ่งเงียบสงัด เมื่อเอเจนท์ที่เดินอยู่ข้างๆผมย่างก้าวโดยเเทบที่จะไม่มีเสียงฝีเท้าเล็ดลอดออกมา
มีเพียงเสียงฝีเท้าของผมเท่านั้นที่ผมได้ยิน
 
โดรนตรวจเจอวัสดุที่ปนเปื้อนรังสีบ้าง สารเคมีมีพิษร้ายแรงที่ไม่น่าจะมาพบอยู่ในโรงงานแห่งนี้บ้าง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของวัตถุ 0-8-4 ที่เป็นต้นตอนของคลื่นความถี่ต่ำ
 
จู่ๆคุณอเล็คเเละผมก็ได้ยินเสียงมาจากอีกฟากของโกดัง ทำให้ผมตกใจเเละชะงักไปเล็กน้อย
และผมก็ต้องตกใจอีกรอบเมื่อจู่ๆผมก็โดนคุณอเล็คผลักโดยใช้เเรงเบาๆให้ผมไปอยู่ระหว่างชั้นวางตุ๊กตา
ก่อนที่เขาจะถอยไปอยู่ระหว่างชั้นวางอีกฝั่งหนึ่ง
 
เขาเอานิ้วชี้เเตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้ผมอย่าส่งเสียง
ผมได้เเต่มองเเล้วพยักหน้าให้เขารู้ว่ารับทราบเเล้ว
 
 
พอฟังดีๆเเล้ว ผมได้ยินเป็นเสียงคน สองสามคนดูเหมือนจะทะเลาะกันอยู่
 
หลังจากยืนนิ่งเงียบเเอบฟังคนพวกนั้นคุยกันจนเสียงเงียบหายไปเเล้ว
คุณอเล็คก็ได้รายงานไปยังหัวหน้ามิคาเอลให้ได้ทราบ
 
สันนิฐานแรกคือกลุ่มคนพวกนี้เป็นพวกปล่อยข่าวเรื่องผีของโกดัง แต่ต่อมากลับไม่ใช่ เมื่อพวกเขาแสดงท่าทีหวาดผวากับเสียงการเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งของตกเพราะลมพัด ทีมเอชจากแผนผู้เข้าสำรวจบัดนี้กลายเป็นผู้บุกรุกหมายเลขสอง หลังจากประชุมและสรุป แผนการทั้งหมดจำเป็นต้องล้มเลิกเพราะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด แผนสำรองของสถานการณ์ถูกหยิบมาใช้  และบัดนี้พวกเขาตั้งตัวเป็นผู้ช่วงชิง
  •  มุราคามิพร้อมกับเลอร์วิคเข้าไปขโมยข้อมูลในแลปท๊อปของพวกเขาที่ ตั้งอยู่ด้านตัวอาคารสำนักงานใหญ่ชั้น 3 ในห้องที่รับข้อมูลมากว่าถูกปิดตายเอาไว้ จากการสำรวจพบว่ามันถูกเปิดออกและใช้เป็นแหล่งประชุมใหญ่ของกลุ่มทีมคนชุดดำ และเพราะเป็นส่วนที่อยู่ลึกจึงมียามเฝ้าประตูเพียงสองคนและผลัดเวรกันทุกสามชั่วโมง และเพราะอยู่ในส่วนลึกและมีบรรยากาศวังเวงจึงไม่ค่อยมีใครอยากเข้าไปภายในห้องเท่าใดนัก
  • เอลดริดจ์กับลอว์ซัลลิแวนให้ตามกลุ่มทีมหาอีกกลุ่มที่อยู่ชั้น 2 เผื่อเข้าใกล้ 0-8-4 และตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ และให้นำอุปกรณ์ตรวจสอบความถี่คลื่นเตรียมมาไปใช้ด้วย
  • ฮาร์เปอร์และคอนนอร์อีกให้สำรวจรอบๆ พื้นที่และชั้น 1 เพื่อคุ้มกันเปิดทางการหลบหนี และคอยรับไฟล์และแบ็คอัพข้อมูลสำรองเอาไว้
          ทั้งนี้ผู้เป็นหัวหน้ายังสั่งการให้ลูกทีมสร้างความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ เรื่องภูติผีเพิ่มประสบการณ์เสียวในชีวิตแก่พวกชายชุดดำ 
 
                                                                          จากหัวหน้ามิคาเอล
 
 
 
 
เมื่อคุณอเล็คเเยกไปคุ้มกันคุณมุราคามิเเล้วผมจึงได้ไปตามกับคุณเอลดริดจ์เเละคุณลอว์ไปตามกลุ่มที่อยู่ชั้นสอง
 
เมื่อผมตามไปถึงทีมที่อยู่ชั้นสองเเล้วพวกเราจึงทำตามสำรวจ0-8-4ต่อ
 
แต่ในระหว่างนั้นไม่นานพวกเราก็ได้ยินเสียงอึกทึกคึกโครมมาจากที่ไหนสักเเห่ง
รวมถึงเสียงปืนที่ดังสนั่นทำให้ผมรู้ได้ว่ามีการปะทะกันเกิดขึ้น
 
ผมเเละพวกคนที่เหลือรีบวิ่งตามไปยังชั้นล่างเเละไปยังจุดนัดพบ จึงได้รู้ว่า
มึการสู้กันเกิดขึ้น พวกเราจึงไปช่วยกันเป็นกำลังเสริม 
พวกเราจับตัวชายชุดดำเอาไว้ได้
คุณมิคาเอลได้ทำการเข้าไปถามไถ่พวกคนชุดดำเเต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อคนพวกนั้นได้เเน่นิ่งไปเสียเเล้ว
 
 
 
หลังจากนั้นพวกเราจึงได้เดินทางกลับรถตู้ที่จอดเทียบไว้ระหว่างท่าเทียบเรือ 54 และโกดังร้าง เพื่อไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตามแผนการที่ตกลงกันเอาไว้
 
 
 
***********************
 
 
ข้อมูลที่จารกรรมมาได้เป็นแผนภาพการเข้าสำรวจของคนชุดดำ มีการค้นหาและทำลายข้าวของข้างใน มีคลื่นพลังงานถูกปล่อยออกมาโดยเวลาที่ปล่อยนั้นไม่เป็นระบบ และช่วงระยะเวลาการปล่อยคลื่นไม่เท่ากัน อีกทั้งแหล่งพลังงานที่เกิดไม่สามารถระบุพิกัดที่แน่นอนได้ สันนิฐานว่าเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ใช้ผลิตอาวุธในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง การค้นหาไม่สามรถหาต่อไปได้เพราะพื้นที่ถูกระเบิดทำลายไปเรียบร้อยแล้ว และคาดว่า 0-8-4 ในภารกิจนี้แบ่งออกเป็นสามกรณีคือ ถูกทำลายไปแล้ว ยังอยู่ที่เดิมแต่ไม่สามารถไปค้นหาได้ในเวลานี้ หรือถูกขนย้ายไปแล้วจากกองกำลังไม่ทราบฝ่าย บวกกับข้อมูลการวินิจฉัยสาเหตุการตายของชายชุดดำทั้งสอง พวกเขาตายด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
 
**********************
 

 
 
 
ผมลากกระเป๋าเป้ลงจากรถเเล้วเดินตรงไปยังหน้าห้องผมอย่างอ่อนเเรง
เมื่อเข้าไปเเล้วเเทนที่จะจัดการอะไรให้เรียบร้อยเเต่ผมก็กลับเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงไม่เเม้เเต่จะถอดรองเท้า
 
เป็นภารกิจเเรกที่เเสนเหนื่อยจริงๆ เเต่ผมก็ยังรู้สึกว่าตัวผมเองนั้นยังทำไม่ได้เต็มที่
 
 
 
 
 
จริงๆถ้าคุณมาเห็น ผมก็เเอบหวังว่าคุณจะชมเเล้วลูบหัวผมสักนิดก็คงดี ,...
 
 
.....
 
 
**********************************************************
 

Comment

Comment:

Tweet